สถาปนิก Idol รุ่นพี่ลาดกระบัง
วันนี้ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์รุ่นพี่ลาดกระบัง ซึ่งได้รับความรู้และประสบการณ์ทำงานต่าง ๆ ในวิชาชีพ รวมถึงข้อคิดแง่มุมต่าง ๆ จรรยาบรรณรวมถึงภาพของบรรยากาศเก่า ๆ ที่พี่ได้เล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง
พี่คนนั้นคือ พี่สุวิทย์ วิเศษสินธุ์ ซึ่งจบในปี พ.ศ. 2530 (เข้าปี พ.ศ. 2526) ปัจจุบันทำงานอยู่ที่ Italian-Thai Development PCL.(ITD) ในตำแหน่ง contractor โดยเน้นไปในงาน เคลียร์แบบและ detail สำคัญต่าง ๆ ของโครงการแต่ละโครงการ
สถานที่นัดพบคือที่ บริษัทย่อย ที่รฟม. ตรงแยกผังเมือง ช่วงเวลา บ่าย 3 โมง (บริษัททำงาน 6 วัน แต่ในวันเสาร์จะไม่ซีเรียสมาก และพี่สุวิทย์พอจะมีเวลาว่างให้สัมภาษณ์ในวันนี้ เลยเลือกเป็นวันเสาร์เพื่อจะได้คุยกันสบาย ๆ )
ประสบการณ์ของพี่สุวิทย์เริ่มแรกนั้นหลังจากจบปริญญาตรีแล้วก็เริ่มทำงานในทันที ประสบการณ์ส่วนใหญ่ก็จะทำงานในที่บริษัท อิตาเลียนไทย เสียส่วนใหญ่ โดยงานแรกเริ่มที่พี่สุวิทย์ได้ทำคือที่สนามบินสุวรรณภูมิและส่วนของ Bus Terminal โดยหน้าที่หลักของพี่สุวิทย์คือ เคลียร์แบบ detail และ ทำshop drawing มีทำหน้างานบ้างเล็กน้อย
ผลงานที่ผ่าน ๆ มาของพี่สุวิทย์
ผลงานที่ผ่าน ๆ มาของพี่สุวิทย์
OTHER
1988-1990 บ้านจัดสรร , โรงงาน . สถานที่ราชการ
1990-1992 Grand Hyatt Erawan Hotel , อาคารธนภูมิ
1993-1997 ไทยพาณิชย์ปาร์คพลาซา , สระว่ายน้ำเอเชียนเกมส์ ม.ธรรมศาสตร์
1997-2001 All Seasons Place, Conrad Hotel
2002-2005 สนามบินสุวรรณภูมิ , Bus Terminal
2004-2006 King Power Complex
2007-2009 Central Festival Pattaya Beach
2009 สนามบินกัลกัตตา ประเทศอินเดีย
2009-2010 เมโทรปาร์ค สาธร , เดอะเมทโทร พระราม 9
2010-2011 IKEA Store , Mega Bangna Project
2011-2012 คณะทันตแพทย์ศาสตร์ ม.มหิดล

อุปสรรคและความยากของการทำงาน พี่สุวิทย์บอกว่า
“ แบบจะขัดแย้งกันเอง อย่างเช่น แบบสถาปัตย์กับแบบโครงสร้าง หลัก ๆ จะเป็นแบบสถาปัตย์ และให้โครงสร้างทำตาม แต่ถ้างานของโครงสร้างบอกไม่ได้จริง ๆ ก็จะต้องแก้แบบสถาปัตย์แทน หรืออาจจะเป็นแบบของงานระบบ เช่น งานระบบต้องการพื้นที่ตรงนี้ใช้ในงานส่วนนี้ ก็จะต้อง rewise แบบสถาปัตย์ตามแบบของงานระบบ
ปัญหาอีกอย่างคือเรื่องของคน เช่น บางทีคนทำหน้างานเร่งให้ทำแบบ บางทีเค้าต้องการแบบที่ข้ามขั้นตอนของการทำ shop drawing (อาจจะโดนกดดันมาจากเจ้านาย ) หรืออาจจะเปลี่ยนแผนงานที่หน้างาน ซึ่งอาจจะเกิดการขัดแย้งกันบ้างในบางครั้ง “
ซึ่ง วิธีแก้ปัญหาที่พี่สุวิทย์แนะนำ พี่สุวิทย์บอกว่า
“ ควรจะ friendly นะ อย่าเกี่ยงชนชั้น หรือหน้าที่ว่าเค้าจะเป็นอะไร ทำหน้าที่อะไร ให้ friendly เข้าไว้ ก็จะมีแต่มิตร ไม่มีศัตรู เราก็จะทำงานได้ง่ายขึ้นนะ เคยเห็นคนชกกันทะเลาะกันก็มี ส่วนใหญ่ก็จะเห็นที่หน้างาน แต่พี่ไม่เคยนะ อาจจะเป็นเพราะเค้าคงโดนเจ้านายบี้มาอีกทีโดนกดดันมาหนักก็เลยเครียด พอไม่ได้งานอย่างที่เจ้านายกดดันมาก็อารมณ์เสีย ควบคุมตัวเองไม่ได้อะไรแบบนั้น เป็นเรื่องที่ต้องระวังพอสมควร “
พี่สุวิทย์มีความคิดเห็นต่อจรรยาบรรณในวิชาชีพอย่างไรบ้างครับ ?
“ จรรยาบรรณ มันก็คือ เราก็ต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตน่ะนะ ทำงานตามหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ไม่ทำอะไรที่เป็นการเหมือนกับว่า คดโกง เอาผลประโยชน์เข้าตัวเอง แต่ส่วนมากการทำ shop drawing ไม่ค่อยมีปัญหาตรงจุดนี้ แต่อาจจะมีบ้างในลักษณะที่ทำงานไม่ทัน ก็จะทำงานให้เป็นลักษณะภาพรวมมากกว่า แล้วจึงมาลงในรายละเอียดทีหลังแทน”
“ พูดถึงแล้วก็ไม่ค่อยมีคนมาทำหน้าที่ตรงนี้เท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่ความใฝ่ฝันคนส่วนใหญ่ก็อยากจะทำงานสเกต ลงสีสวย ๆ เป็นดีไซน์เนอร์ กินอาหารแพง ๆ แต่งตัวดีดีทำงานสบาย ๆ ชิว ๆ พอมาเจองานรับเหมาก็จะรับไม่ได้เป็นคนละภาพกัน พอไปเจอที่ทำงาน เช่นพวก ตู้คอนเทนเนอร์ หรือ กั้นไม้อัดเป็นเพิง หลังคาสังกะสี ฝนตกหลังคารั่วต้องเอากาละมังมารอง อยู่ตามไซต์งานพอมาเจอก็รับไม่ได้ เพราะฉะนั้นคนที่มาทำงานตรงนี้ต้องเป็นคนติดดินนิดนึง ไม่มีอีโก้มาก พวกคุณหนูก็จะรับความลำบากพวกนี้ไม่ค่อยได้เท่าไหร่ “
แล้วพี่สุวิทย์คิดยังไงกับสถาปนิกรุ่นใหม่ ๆ ของลาดกระบังบ้างครับ
“ เท่าที่เจอรุ่นน้องหรือเพื่อน ๆ ที่คุยกัน ก็เด็กลาดกระบังจะมีความอดทนสูงนะ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม อาจจะเป็นเพราะนั่งรถไฟมาเรียนเหรอ .. ก็ไม่ใช่นะ ฮ่ะ ๆ พี่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะปริมาณงานที่ได้รับมากกว่านะที่ทำให้เด็กลาดกระบังมีความอดทนมากขนาดนี้น่ะ แล้วก็มีความตั้งใจทำงานดี ถือว่าผ่านในระดับนึง ที่อื่นถ้าให้เทียบกันพี่ก็ไม่ค่อยทราบนะ เพราะที่อิตาเลียนไทยนี่ส่วนใหญ่เป็นลาดกระบังเยอะเลยล่ะ จะอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้นะ ไม่โดดเด่น ถ้าให้เลือกจะเลือกคนที่คุยรู้เรื่องมากกว่านะ คนได้เกรดสูง ๆ บางทีก็คุยไม่รู้เรื่องบ้าง อีโก้สูงบ้างก็ไม่รับ ควรจะมีทัศนคติที่ดีในการทำงาน มีความตั้งใจเอาใจใส่ “
“ เท่าที่เจอรุ่นน้องหรือเพื่อน ๆ ที่คุยกัน ก็เด็กลาดกระบังจะมีความอดทนสูงนะ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม อาจจะเป็นเพราะนั่งรถไฟมาเรียนเหรอ .. ก็ไม่ใช่นะ ฮ่ะ ๆ พี่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะปริมาณงานที่ได้รับมากกว่านะที่ทำให้เด็กลาดกระบังมีความอดทนมากขนาดนี้น่ะ แล้วก็มีความตั้งใจทำงานดี ถือว่าผ่านในระดับนึง ที่อื่นถ้าให้เทียบกันพี่ก็ไม่ค่อยทราบนะ เพราะที่อิตาเลียนไทยนี่ส่วนใหญ่เป็นลาดกระบังเยอะเลยล่ะ จะอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้นะ ไม่โดดเด่น ถ้าให้เลือกจะเลือกคนที่คุยรู้เรื่องมากกว่านะ คนได้เกรดสูง ๆ บางทีก็คุยไม่รู้เรื่องบ้าง อีโก้สูงบ้างก็ไม่รับ ควรจะมีทัศนคติที่ดีในการทำงาน มีความตั้งใจเอาใจใส่ “
พี่สุวิทย์ช่วยเล่าบรรยากาศสมัยเรียนให้ฟังหน่อยได้มั้ยครับ ?
“ สมัยพี่มี 5 ภาควิชานะ คือมี สถาปัตย์ สถาปัตย์ภายใน ศิลปอุตสาหกรรม นิเทศน์ศิลป์ แล้วก็ เทคโนโลยีการก่อสร้าง
อ.จิ๋ว พอได้ทราบว่ายังสอนอยู่ก็เซอไพรส์มากนะ สมัยนั้นเรียกผมว่า ไอหนู ๆ ตอนนั้นผมสายตาสั้น แต่นั่งกลาง ๆ ค่อนไปทางข้างหลัง พออ.จิ๋วถามผมก็ตอบไม่ได้ เลยโดนด่า หลังจากนั้นผมเลยไปตัดแว่นใส่เลย สมัยก่อนก็เรียนหนักนะ กินนอนในคณะ ทำงานกันทุกคืน บางทีทำงาน นอนที่สตูดิโอ บนโต๊ะบ้างใต้โต๊ะบ้าง ตอนเช้าก็จะมีอาจารย์เดินมาปลุก สภาพก็แย่ ๆ ทำงานก็เป็นงานมือหมดนะ ตัดโทน เขียนดินสอ ใช้รีรอย ใช้เทมเพลต สีชอล์กบ้าง สีหมึก ลงสีบนกระดาษไข ทำภาพนูนแบ่งเป็นระยะหน้าระยะหลังบ้าง สนุกดี ทำงานกันไม่ทันก็มีแอบไปเติมงานทีหลังก็มี มีประชุมเชียร์นะพี่ออกไปว๊าก ๆ น้อง ๆ บรรยากาศก็เป็นในแบบพี่น้อง เรียนจบมาจนถึงตอนนี้ก็คิดถึงนะ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับไปที่คณะ ไปดูว่าเดี๋ยวนี้เป็นยังไงบ้างนะ ”
“ สมัยพี่มี 5 ภาควิชานะ คือมี สถาปัตย์ สถาปัตย์ภายใน ศิลปอุตสาหกรรม นิเทศน์ศิลป์ แล้วก็ เทคโนโลยีการก่อสร้าง
อ.จิ๋ว พอได้ทราบว่ายังสอนอยู่ก็เซอไพรส์มากนะ สมัยนั้นเรียกผมว่า ไอหนู ๆ ตอนนั้นผมสายตาสั้น แต่นั่งกลาง ๆ ค่อนไปทางข้างหลัง พออ.จิ๋วถามผมก็ตอบไม่ได้ เลยโดนด่า หลังจากนั้นผมเลยไปตัดแว่นใส่เลย สมัยก่อนก็เรียนหนักนะ กินนอนในคณะ ทำงานกันทุกคืน บางทีทำงาน นอนที่สตูดิโอ บนโต๊ะบ้างใต้โต๊ะบ้าง ตอนเช้าก็จะมีอาจารย์เดินมาปลุก สภาพก็แย่ ๆ ทำงานก็เป็นงานมือหมดนะ ตัดโทน เขียนดินสอ ใช้รีรอย ใช้เทมเพลต สีชอล์กบ้าง สีหมึก ลงสีบนกระดาษไข ทำภาพนูนแบ่งเป็นระยะหน้าระยะหลังบ้าง สนุกดี ทำงานกันไม่ทันก็มีแอบไปเติมงานทีหลังก็มี มีประชุมเชียร์นะพี่ออกไปว๊าก ๆ น้อง ๆ บรรยากาศก็เป็นในแบบพี่น้อง เรียนจบมาจนถึงตอนนี้ก็คิดถึงนะ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับไปที่คณะ ไปดูว่าเดี๋ยวนี้เป็นยังไงบ้างนะ ”
สุดท้าย พี่สุวิทย์มีอะไรจะฝากทิ้งท้ายมั้ยครับ?
“ ต้องอดทนนะ จบมาใหม่ ๆ ก็จะเหนื่อย แต่พอทำงานไปเรื่อย ๆ ก็จะเหนื่อยน้อยลงไปเอง อาจจะเพราะเราชิน แล้วก็จะมีลูกน้องเข้ามาช่วยเราเพิ่มขึ้น ต้องอาศัยประสบการณ์แล้วก็ต้องใจเย็น พยายามก้าวไปเรื่อย ๆ ด้วยความมั่นคง หาความสุขกับวิชาชีพที่ตัวเองทำ เราก็จะยืนอยู่ในจุด ๆ นั้นได้อย่างมีความสุขน่ะ”
“ ต้องอดทนนะ จบมาใหม่ ๆ ก็จะเหนื่อย แต่พอทำงานไปเรื่อย ๆ ก็จะเหนื่อยน้อยลงไปเอง อาจจะเพราะเราชิน แล้วก็จะมีลูกน้องเข้ามาช่วยเราเพิ่มขึ้น ต้องอาศัยประสบการณ์แล้วก็ต้องใจเย็น พยายามก้าวไปเรื่อย ๆ ด้วยความมั่นคง หาความสุขกับวิชาชีพที่ตัวเองทำ เราก็จะยืนอยู่ในจุด ๆ นั้นได้อย่างมีความสุขน่ะ”
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ พี่สุวิทย์ วิเศษสินธุ์ ที่ได้ให้โอกาส สละเวลาและให้คำแนะนำดีดี ให้ข้อคิด มุมมองทัศนคติต่อการทำงานในวิชาชีพ และเล่าบรรยากาศเก่า ๆ ให้เราได้ฟังกัน ทำให้เรารู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นลาดกระบัง ที่ความเป็นพี่เป็นน้องไม่เคยจางหายไป ได้พบกับรุ่นพี่ก็รู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง ประทับใจและมีความสุขที่ได้พูดคุยกับพี่เค้ามากครับ
สัมภาษณ์ วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2555 เวลา 15.10น. – 16.18 น.








No comments:
Post a Comment